ภาษี & กฎหมายเงินประกัน

วิธีเก็บเงินประกันหอพัก ถูกกฎหมาย 2569: เก็บได้เท่าไหร่ คืนเมื่อไหร่

เงินประกันเป็นหนึ่งในประเด็นที่เจ้าของหอพักและผู้เช่าขัดแย้งกันบ่อยที่สุด บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่เจ้าของหอพักต้องรู้ ตั้งแต่จำนวนที่เก็บได้ เงื่อนไขการหัก ไปจนถึงวิธีป้องกันข้อพิพาทตั้งแต่ต้น

11 มี.ค. 2569
อ่าน 10 นาที

เงินประกันหอพัก 2569

กำลังโหลดรูปภาพ...

สารบัญ

  1. 1เงินประกันหอพักคืออะไร
  2. 2เก็บได้กี่เดือน — กฎหมายบอกว่าอะไร
  3. 3ต้องออกใบเสร็จรับเงินประกันไหม
  4. 4เงื่อนไขการคืนเงินประกัน
  5. 5กรณีที่หักเงินประกันได้
  6. 6กรณีที่หักเงินประกันไม่ได้
  7. 7วิธีป้องกันข้อพิพาทเรื่องเงินประกัน
  8. 8คำถามที่พบบ่อย

เงินประกันหอพักคืออะไร

เงินประกัน (Security Deposit) คือเงินที่ผู้เช่าจ่ายให้เจ้าของหอพักล่วงหน้าก่อนเข้าพัก เพื่อเป็นหลักประกันว่าหากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือผู้เช่าผิดสัญญา เจ้าของหอพักสามารถนำเงินส่วนนี้มาชดเชยได้ โดยไม่ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแยกต่างหาก

เงินประกันแตกต่างจากค่าเช่าล่วงหน้าตรงที่ ต้องคืนให้ผู้เช่าเมื่อออกจากห้องหากไม่มีความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายค้างชำระ ส่วนค่าเช่าล่วงหน้าเป็นการจ่ายค่าเช่าสำหรับเดือนแรกหรือเดือนสุดท้ายไว้ก่อน ซึ่งไม่มีการคืน

ข้อควรรู้

ในสัญญาเช่าต้องระบุให้ชัดเจนว่าเงินที่รับมาเป็น "เงินประกัน" หรือ "ค่าเช่าล่วงหน้า" เพราะมีผลทางกฎหมายต่างกัน หากระบุไม่ชัด อาจเกิดข้อพิพาทภายหลังได้

เก็บได้กี่เดือน — กฎหมายบอกว่าอะไร

พ.ร.บ. หอพัก 2558 ไม่ได้กำหนดจำนวนเงินประกันสูงสุดไว้ชัดเจน แต่ตามประเพณีปฏิบัติในไทยและแนวทางของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เจ้าของหอพักส่วนใหญ่เก็บในช่วง 1–3 เดือน ขึ้นอยู่กับราคาห้องและนโยบายของแต่ละที่

ราคาห้อง/เดือนเงินประกันที่นิยมเก็บเหตุผล
ต่ำกว่า 3,000 บาท1 เดือนห้องราคาถูก ความเสี่ยงต่ำ
3,000–6,000 บาท1–2 เดือนห้องมาตรฐาน ทั่วไป
มากกว่า 6,000 บาท2–3 เดือนห้องราคาสูง เฟอร์นิเจอร์ครบ

คำแนะนำ

ระบุจำนวนเงินประกันในสัญญาเช่าให้ชัดเจน เช่น "เงินประกัน 2 เดือน เท่ากับ 6,000 บาท" อย่าเขียนแค่ "2 เดือน" โดยไม่ระบุตัวเลข เพราะหากค่าเช่าเปลี่ยนในอนาคต อาจเกิดข้อโต้แย้งได้

ต้องออกใบเสร็จรับเงินประกันไหม

แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ควรออกใบเสร็จรับเงินประกันทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าได้รับเงินจำนวนเท่าใด วันที่รับ และเงื่อนไขการคืน ใบเสร็จนี้ช่วยป้องกันข้อพิพาทในภายหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใบเสร็จรับเงินประกันควรมีข้อมูลดังนี้:

ตัวอย่างข้อมูลในใบเสร็จรับเงินประกัน

ชื่อ-นามสกุลผู้เช่า และเลขบัตรประชาชน
ชื่อ-นามสกุลเจ้าของหอพัก
ที่อยู่หอพักและหมายเลขห้อง
จำนวนเงินประกัน (ตัวเลขและตัวอักษร)
วันที่รับเงิน
เงื่อนไขการคืนเงิน เช่น 'คืนภายใน 30 วัน หลังออกจากห้อง'
ลายเซ็นทั้งสองฝ่าย

เงื่อนไขการคืนเงินประกัน

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 เจ้าของหอพักต้องคืนเงินประกัน ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ผู้เช่าออกจากห้องและส่งกุญแจคืนครบถ้วน หากไม่คืนภายในกำหนด ผู้เช่ามีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียกคืนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีได้

เงื่อนไขที่ต้องคืนเต็มจำนวน

  • ห้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีความเสียหาย
  • จ่ายค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภคครบ
  • ส่งกุญแจคืนครบทุกดอก
  • แจ้งออกล่วงหน้าตามสัญญา
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายค้างชำระใดๆ

เงื่อนไขที่อาจหักได้บางส่วน

  • มีความเสียหายที่เกินกว่าปกติ
  • ค่าน้ำ-ค่าไฟค้างชำระ
  • ค่าเช่าเดือนสุดท้ายค้าง
  • ไม่ส่งกุญแจคืนครบ
  • ออกก่อนกำหนดโดยไม่แจ้ง

กรณีที่หักเงินประกันได้ (ตามกฎหมาย)

เจ้าของหอพักสามารถหักเงินประกันได้เฉพาะกรณีที่เกิดจากความประมาทหรือการใช้งานผิดปกติของผู้เช่าเท่านั้น ไม่ใช่การเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ

ความเสียหายต่อทรัพย์สิน

  • กระจกหน้าต่างแตก
  • ประตูหรือกุญแจเสียหาย
  • เฟอร์นิเจอร์ชำรุดผิดปกติ
  • ผนังเป็นรูหรือขีดเขียน

ค่าใช้จ่ายค้างชำระ

  • ค่าเช่าที่ยังไม่ได้จ่าย
  • ค่าน้ำ-ค่าไฟค้าง
  • ค่าปรับตามสัญญา

ค่าทำความสะอาดพิเศษ

  • ห้องสกปรกผิดปกติ เกินกว่าการทำความสะอาดทั่วไป
  • มีขยะหรือของเหลือทิ้งไว้มาก

สำคัญมาก: ต้องมีหลักฐาน

การหักเงินประกันทุกกรณีต้องมีหลักฐานประกอบ เช่น รูปถ่ายความเสียหาย ใบเสร็จค่าซ่อม หรือบันทึกค่าใช้จ่ายค้างชำระ หากไม่มีหลักฐาน ผู้เช่าสามารถฟ้องเรียกเงินคืนได้

กรณีที่หักเงินประกันไม่ได้ (Normal Wear and Tear)

Normal Wear and Tear หรือการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานปกติ เป็นสิ่งที่เจ้าของหอพักไม่มีสิทธิ์หักจากเงินประกันเพราะถือเป็นต้นทุนการดูแลทรัพย์สินที่เจ้าของต้องรับผิดชอบเอง

ตัวอย่างที่หักไม่ได้

สีผนังซีดจางตามอายุการใช้งาน
พื้นมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยจากการใช้งานปกติ
ก๊อกน้ำหรืออุปกรณ์เสื่อมสภาพตามอายุ
หลอดไฟเสียตามอายุการใช้งาน
ผ้าม่านซีดจางจากแสงแดด
รอยบนพื้นจากการวางเฟอร์นิเจอร์

วิธีป้องกันข้อพิพาทเรื่องเงินประกัน

ข้อพิพาทเรื่องเงินประกันส่วนใหญ่เกิดจากการไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน วิธีที่ดีที่สุดคือการทำเอกสารให้ครบตั้งแต่วันแรกที่ผู้เช่าเข้าพัก

1

ถ่ายรูปห้องก่อนเช่า

ถ่ายรูปทุกมุมของห้องก่อนผู้เช่าเข้าพัก ทั้งผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ บันทึกวันที่ในรูปด้วย แล้วส่งให้ผู้เช่ายืนยันรับทราบ

2

ทำ Checklist รับ-ส่งห้อง

จัดทำรายการสภาพห้องและอุปกรณ์ทุกชิ้น ให้ทั้งเจ้าของและผู้เช่าเซ็นยืนยันทั้งตอนเข้าและออก เพื่อเปรียบเทียบสภาพก่อน-หลัง

3

ระบุเงื่อนไขในสัญญาให้ชัด

สัญญาเช่าต้องระบุจำนวนเงินประกัน เงื่อนไขการหัก และระยะเวลาคืนให้ชัดเจน ควรให้ทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสัญญาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

4

ใช้ระบบจัดการหอพักบันทึกข้อมูล

ระบบอย่าง Flowly Dorm ช่วยบันทึกประวัติการชำระเงิน ค่าน้ำ-ค่าไฟ และสถานะห้อง ทำให้มีหลักฐานที่ชัดเจนเมื่อต้องคืนหรือหักเงินประกัน

คำถามที่พบบ่อย

Q:เงินประกันหอพักเก็บได้กี่เดือน?

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนเดือนไว้ชัดเจน แต่ตามประเพณีปฏิบัติทั่วไปในไทย เจ้าของหอพักมักเก็บ 1–2 เดือน บางแห่งเก็บ 3 เดือนสำหรับห้องราคาสูง ทั้งนี้ต้องระบุไว้ในสัญญาเช่าให้ชัดเจน

Q:เงินประกันต้องคืนภายในกี่วัน?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เจ้าของหอพักต้องคืนเงินประกันภายใน 30 วัน นับจากวันที่ผู้เช่าออกจากห้องและส่งกุญแจคืน หากไม่คืนภายในกำหนด ผู้เช่ามีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียกคืนพร้อมดอกเบี้ยได้

Q:หักเงินประกันค่าซ่อมได้ไหม?

ได้ แต่ต้องเป็นความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานผิดปกติของผู้เช่า เช่น ทำกระจกแตก ผนังเป็นรู ไม่ใช่การเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน (Normal Wear and Tear) เช่น สีผนังซีดจาง พื้นมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย ซึ่งเจ้าของหอพักไม่มีสิทธิ์หัก

Q:ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าเดือนสุดท้าย แล้วบอกให้หักจากเงินประกัน ทำได้ไหม?

ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เงินประกันและค่าเช่าเป็นคนละส่วนกัน ผู้เช่าต้องจ่ายค่าเช่าครบทุกเดือน ส่วนเงินประกันเป็นหลักประกันความเสียหาย ไม่ใช่ค่าเช่าล่วงหน้า เจ้าของหอพักมีสิทธิ์เรียกค่าเช่าเดือนสุดท้ายแยกต่างหากได้

Q:ต้องออกใบเสร็จรับเงินประกันไหม?

ควรออกใบเสร็จรับเงินประกันทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้รับเงินจำนวนเท่าใด วันที่รับ และเงื่อนไขการคืน หากไม่มีใบเสร็จ อาจเกิดข้อพิพาทภายหลังได้

Q:ผู้เช่าหนีออกโดยไม่แจ้ง เงินประกันทำอย่างไร?

หากผู้เช่าละทิ้งห้องโดยไม่แจ้ง เจ้าของหอพักสามารถหักเงินประกันเป็นค่าเสียหายได้ เช่น ค่าเช่าที่ค้างชำระ ค่าซ่อมแซมความเสียหาย แต่ต้องมีหลักฐานและบันทึกไว้ หากเงินประกันไม่พอคุ้มค่าเสียหาย สามารถฟ้องเรียกส่วนต่างได้

สรุป

เงินประกันหอพักเป็นเรื่องที่ต้องจัดการอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำเอกสารให้ครบ ทั้งใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าที่ระบุเงื่อนไขชัดเจน และการถ่ายรูปสภาพห้องก่อน-หลัง เพื่อป้องกันข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น

หากต้องการระบบที่ช่วยบันทึกประวัติการชำระเงิน ติดตามค่าน้ำ-ค่าไฟ และจัดการข้อมูลผู้เช่าได้อย่างเป็นระบบ ลองดู Flowly Dorm ระบบจัดการหอพักที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าของหอพักไทยโดยเฉพาะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

จัดการหอพักให้เป็นระบบด้วย Flowly Dorm

บันทึกประวัติผู้เช่า ติดตามการชำระเงิน คำนวณค่าน้ำ-ค่าไฟ และส่งบิลผ่าน LINE ทั้งหมดในระบบเดียว ขายขาด ไม่จ่ายรายเดือน